2007/Aug/12

" อะแฮ่ม " ไม่ได้เข้ามาดูบลอคของตัวเองเสียนานฟุ่นจับเชียว

บัดๆ โอเชเครื่องใช้งานได้และเนื่องจากวันนี้เป็นวันแม่นะพี่น้อง

กระผมมีความยินดีที่จะเขียนกลอนวันแม่สะหน่อยหนึ่ง (ความ-

จริงก็ไม่ได้เขียนหลอก ไปหยิบของคนอื่นมาใส่ให้อ่าน ) คำพูด

มันสวยหรูดีอะ 5555+ ที่จริงก็แต่งไว้แต่ไม่อยากให้ใครอ่าน

เขียนแล้วอายอะ ก๊ากก รักแม่แต่ไม่กล้าแสดงออก อะพี่น้อง555+

เข้าเรื่องและ มาๆ วันนี้กระผมได้เอากลอนมาฝากนะขอรับกระผม

กลอนวันแม่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2550[ นะเวลา 20.12 PM ]

1

โอ้ผู้ใด ใครเล่า จะเท่าแม่


พระคุณแม่ เหนือใคร ไปทุกสิ่ง


ลูกนึกเทียบ เปรียบสิ่งใด ไม่ได้จริง


ช่างยิ่งใหญ่ ยากแสน จะแทนคุณ.

-------------------------------------------------------

2

มาลัยพวงน้อย เราร้อยให้แม่


ผูกพันธ์แน่แท้ รักแม่ชั่วนิรันด์

3

มื่อไหนๆไม่สุขใจเท่ามือแม่

มือของแท้ๆต้องมอแม่คนเดียว

มือของแม่โอบอุ้มลูกเสมอมา

มือของแม่สำคัญดังหัวใจ


ส่วนนี้ก็คือกลอน ที่อยากให้อ่านกันหนอ่ย อย่าข้ามไปละแล้ว

จะมานั่งนึกเสียดายที่หลังว่า ทำไมตรูไม่ยอมอ่านว่า 555+ ขำ

โทษผู้อื่นแลเห็นเป็นภูเขา

โทษของแลไม่เห็นเท่าเส้นผม

ตดผู้อื่นเหม็นเบื่อเราเหลือทน

ตดของตนถึงเหม็นไม่เป็นไร

พอเพื่อนตด เฮ้ย!!!!มานตดโว๊ย

พอตนตด เฮ้ย!!!!อย่าบอกใครนะว่ากรุตดอายเว้ย

ถุยตอนมิงล้อหละ

กุเนี่ยโดน

ป.ล. รักแม่ไม่ข้องเกี่ยวกับยาเสพติดนะเพ่น้อง


2007/Jul/11

เรื่องจากข้าน้อยได้ไปงานคอสมา แต่พอดี แต่คอสได้งามตา

ขนาด ( สุนัขยังไม่มอง ) ก็เลยไปถ่ายรูปกับกลุ่มตัวกระป็มที่เซ็น

ทัลลาดพร้าวกัน เพื่อนกระป๋มขับรถได้ออกแนวหน้ากลัวนิดๆอืม

เหวอ~ คิดแล้วใจหาย เอาณุปมาลงไป 1 รูปก่อนแล้วจะตามาที่หลัง

และตอนนี้ขี้เกียจลง อยากไปนอน พรุ่งนี้สอบ อ๊ากกกกกกกกกก~

เลขจ๋าพี่ขอลาขาด !!

2007/Jun/27

อันนี้ไปโขมยมาจาก โต๊เรียนที่ โรงเรียนเราอะ 555+

เห็นมันเพระ ดีเลยโขมยมาอัพลงสะเลยโดนเพื่อนถามมา

มากและ ทำไมแกไม่อัพบลอคฟะ พอดีม.5 งานมั่นเยอะอะ

เรียนก็อหนัง มีแต่เรื่องให้ปวดหัวอะ แง่ง อยากมีเวลาว่าง

เป็นของตัวเอง สัก 1-2 วันจังเลย วันเสาร์อาทิตย์ก็ไม่ได้ -

อยู่ติดกับบ้านอะ เซ็งอะ ขอให้มีควาสุชกับกลอนนะ~.........

ประตูที่ปิดตาย

เก็บตัวไว้ในห้องของความเหงา
เก็บกาลเก่าเจ็บจำความช้ำหมอง
ทอดอาลัยในชีวิตไม่คิดปอง
ชำเลืองมองหาทางออกก็ไม่เจอ

ในห้องหับคับแคบและเคร่งครัด
แสงไม่ชัดลางสลัวใจกลัวเสมอ
เกรงลำแสงแยงตาที่ฝ้าเบลอ
กลัวพบเธอในแสงฝันอันอำไพ

จึงเก็บกักรักไว้ในกรงขัง
กั้นความหวังสารพันมิฝันใฝ่
ก่อกำแพงแห่งชีวิตปิดทางไป
ทั้งหน้าต่างประตูใดใส่กลอนกรึง

ใครมาเคาะก็เกราะกันกั้นขวางไว้
ปิดหูซ้ายขวาได้ก็ปิดขึง
ไม่รับรู้ไม่ได้ยินเสียงอื้ออึง
ความคิดถึงใดใดไม่เคยรับ

คือโลกมืดยืดยาวเรื่องราวช้ำ
พายุเคยกระหน่ำจนเกินปรับ
จึงปิดคล้องป้องกันมานานนับ
กับผ้าซับเปียกชื้นทุกคืนวัน

ซับน้ำตาที่ไหลนองทั้งสองเบ้า
ไม่รู้จักแสงเช้าเงาความฝัน
ความมืดมนเย็นเยียบช่างเงียบงัน
มีเพียงฉันเดียวดายในห้องนี้

ประตูที่ปิดตายใครไม่เห็น
โลกหนาวเย็นลำพังขังตนหนี
หลีกรักช้ำกระหน่ำซ้ำโบยตี
ขอเก็บใจอยู่ที่ห้องมืดมน

เก็บตัวไว้ในห้องแคบแบบเก็บกด
ความรันทดเป็นเพื่อนเยือนทุกหน
รอยยิ้มรื่นชื่นใจใครบางคน
มิอาจดลแสงสว่างเข้ากลางใจ.......

ขอไขประตูฝัน

สาวในชุดสีดำคนช้ำชอก
ซุกในซอกห้องหม่นรอคนไข
ประตูปิดกั้นรักกักใจไว้
มิให้ใครล่วงเข้าแม้เงาเยือน

อยากสาดแสงแรงรักมาทักถาม
ฤๅซึ้งความโศกเศร้าเข้าเป็นเพื่อน
ทุกข์ระทมจมจ่อมอดีตเตือน
หวาดโลกเลือนแหลกทลายหวั่นชีวา

ไม่พร้อมสู้สู่เส้นทางหวังใหม่ใหม่
ปิดหัวใจรับแสงแห่งคุณค่า
ปลักกับโลกบอบช้ำและน้ำตา
เธออ่อนล้าซานซมจมชีวิต

น้ำฝนโปรยโรยทางยังไม่เห็น
ความชุ่มเย็นแสงทองส่องสถิต
โลกของเธอละเมอควานความมืดมิด
ยังคงปิดประตูกั้นฝันที่รอ

เคาะ เคาะ เคาะ ... เคาะเท่าไรเธอไม่รับ
ดนตรีขับเสียงกังวานหวานแว่วหนอ
อธิษฐานกังวานเสียงจะเพียงพอ
ไขใจท้อลึกล้ำคลายกล้ำกลืน

เนรมิตภาพงามของความรัก
ส่งไปทักใกล้ตาคราขมขื่น
หวังดอกไม้กรุ่นสัมผัสศรัทธายืน
ชะล้างคืนราตรีร้างสร่างเศร้าคลาย

ปรารถนาคุณค่าใจให้เธอคิด
ไขโลกปิดให้เปิดเป็นความหมาย
ประกายแดดแสดสร้างล้างเดียวดาย
เถิดช่วยฉายดวงใจหายมืดมน

สาวในชุดสีดำเธอช้ำรัก
อยากรู้จักเยียวยาใจให้หายหม่น
เปลี่ยนชุดดำเป็นขาวพราวบันดล
ขอเป็นคนอยู่ใกล้ใจได้ไหมเธอ.....

แว่วกังวานหวาน

เสียงเคาะเคาะประตูยังดังนัก
คล้ายถามทักจังหวะซ้ำสม่ำเสมอ
น้ำตาพร่างยังนองทำนองละเมอ
ภาพพร่าเบลอช้ำชอกตอกห้วงใน

น้ำตาหยาดปาดน้ำตาอีกคราหนึ่ง
เสียงเพลงซึ้งซ่านหวามความอ่อนไหว
ภาพหมอกขาวพราวตามาพร่างใจ
เห็นความรักสดใสจากไหนกัน

ฟ้าสีทองส่องมาได้จากไหนหรือ
ตรงหน้าคือประตูเปิดเป็นความฝัน
ฉายแสงทองส่องฟ้าพร่างตะวัน
แล้วไยผันเปิดได้ใครไขกลอน

เขาเดินมาซับน้ำตาตรงหน้านั่น
โอบกอดฉันแล้วร่ำคำแนะสอน
ความเคว้งคว้างอย่างที่เห็นเป็นภาพซ้อน
ที่สะท้อนมุมโลกสุขโศกดล

วอนรู้เรียนรู้รักรู้จักเหตุ
อย่าหมางเมินปฏิเสธกรอบเหตุผล
ขอเคียงข้างอย่างนี้อีกสักคน
ยามสับสนประคองใจไม่ทิ้งเลย

พร่างแสงสีสดใสสาดตาแล้ว
เห็นตะวันดวงแก้วแววเปิดเผย
โลกจึงพร่างกระจ่างอุ่นอย่างคุ้นเคย
มีเธอเอ่ยคำปลอบขวัญวันอ่อนล้า

น้ำตาหยาดสุดท้ายคล้ายปลิดทิ้ง
พบสิ่งจริงอาทรเอื้อเกื้อคุณค่า
เราจับมือประคองกันมั่นคงมา
"รักเข้าตา" จึงห่วงใย "เข้าใจกัน"..

เอาไว้มาต่อนะ อันนี้จากเว็บ...